ได้ไปทริปค้างคืนใน Rainforest ที่ Cape tribulation กับเพื่อนๆมาคะ เพราะช่วงเช้าจนถึงบ่ายต้องรอรถเข้ามารับที่บังกะโล รู้สึกต้องหาอะไรทำสักอย่างเลยไปขอคำแนะนำกับพนักงานที่พักว่าจะอยู่ถึงบ่ายโมง มีกิจกรรมอะไรที่สามารถทำได้บ้าง? เค้าก็แนะนำลองไปขี่ม้าสิ ใช้เวลาโดยรวม 2 ชม.นะ ลองไปดูมันดีมากๆ นี้เลยลองซื้อทัวร์ Cape trib horse rides ในราคา 110$ ก็รู้สึกว่าราคาแพงเอาการอยู่ แต่เคยเช่าขี่ม้ามาก่อนใช้เวลาไม่นานเท่านี้เลย ตั้ง 90 นาทีก็เลยโอเค ลองดูม้าออสเตรเลีย ก็ไม่รู้สึกผิดหวังเลย เต็มอิ่มบนหลังมาตลอดการเดินทาง และก็สามารถบังคับม้าเองได้ด้วยเพราะทุกทีจะมีคนจูงและก็นั่งเฉยๆ คือดีต่อใจ พนักงานก็บอกให้ออกมารอเวลา 7:30 นะ รถจะมารับ 8:00 ที่ให้มาก่อนเพราะต้องเช็คเอาท์ก่อน 10:00 โมงเช้า
ความรู้สึกแบบโครตง่วง เพราะนอนไม่ค่อยหลับ หลับๆตื่นๆ ตื่นตอนตีสี่ปวดปัสสาวะมาก ต้องเดินคนเดียวมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ถัดจากบังกะโลที่พักกับเพื่อนๆ แบบกล้าๆกลัวๆ แต่ข้าศึกบุกประชิดแล้วก็ต้องไปให้ถึงห้องน้ำด้วยตัวคนเดียว ไม่กล้าปลุกเพื่อน เกรงใจก็ภาวนาขอเข้าห้องน้ำก่อนอะไรจะออกมาจากป่าค่อยว่ากันทีหลังเด้อ ไม่อยากฉี่ราดเสื้อผ้ามีแค่นี้ รองเท้าก็เอามาคู่เดียว พอลงบันไดก็วิ่งจู๊ดไปห้องน้ำเลย พอกลับจากห้องน้ำก็นอนไม่หลับแหละ จนตีห้าก็เตรียมอาบน้ำอาบท่า เก็บข้าวของเตรียมตัวเช็คเอาท์

สภาพก็อย่างที่เห็นตาปรือ อาบน้ำอย่างเดียว ผมเผ้าไม่สระ แบบเช้าเกิน อากาศก็เย็นๆ เดี๊ยวไม่สบาย…คือข้ออ้าง 😙 ขี้เกรียจคือข้อหลัก 😆 ก็อยู่ป่าเนอะ สวยไปหมูป่ายังวิ่งหนีเลย เหอๆ วิ่งแบบไม่มองหน้าเราเลย สักพักรถก็มารับ ก็มีผู้หญิงอีกคนที่พักที่เดียวกันไปด้วย ระหว่างนั่งรถก็เจอ Wild Cassowary วิ่งผ่านหน้ารถ เป็นนกตัวใหญ่อันดับ 3 ของโลก นิสัยดุร้าย ทำร้ายมนุษย์ ชอบกระโดดถีบอย่างรุนแรง เหอๆดีที่ฉันไม่เจอตัวเป็นๆต่อหน้า คงเดินโง่ๆไปถ่ายนาง เพิ่งรู้วีรกรรมของนาง ก็หาข้อมูลมะกี๋นี้เอง คนขับบอกว่าพวกเธอโชคดีที่เจอ Wild Cassowary แต่เช้าเลย ฮ่าๆ หร๊อ? ขับไม่นานก็ถึงฟาร์มม้า ทุกคนที่นั่นก็เป็นมิตรดี พอถึงก็มีแบบฟอร์มมาให้กรอกชื่อ ที่อยู่ และก็ทักษะการขี่ม้า นี้เลือก B เลยจ้า Beginner เกิดมาเพิ่งเคยบังคับม้าเอง ที่เมืองไทยตอนเด็กๆเคยไปนั่งให้คนจูงประมาณ 15 นาที ราคาก็ประมาณ 300 บาทนี้แหละ ซึ่งนานมาแล้ว รู้สึกชอบม้ามากๆ เป็นสัตว์ที่ดูสง่าสำหรับเรา ชอบตั้งแต่เด็กก็เลยปลื้มที่ได้บังคับมาเอง พอกรอกแบบฟอร์มเสร็จ ก็ใส่หมวกกับสายผูกเอวไว้ใส่สัมภาระเล็กๆที่จะนำติดตัวไปด้วย
เค้าเลยเลือกม้าหนุ่มชื่อจุง วัย 17 ปีในใจก็หวังว่านางจะไม่สลัดป้าอย่างฉันตกลงมานะจ๊ะ แนะนำใครที่จะไปขี่ม้า เอารองเท้าผ้าใบไปด้วยนะคะ เพราะนี้ไม่ได้เตรียมไป ใส่รองเท้าส้นสูงไป ฮ่าๆ ตอนขึ้นไปนั่งคนดูแลก็แบบจับรองเท้าวางตรงที่ใส่เท้าและปรับระดับที่วางเท้าให้ และนางก็แบบหัวเราะ อีเจ๊…ใส่อะไรมา? ก็ใส่มาคู่เดียวเนอะ ก่อนจะเริ่มขี่ม้าผู้ดูแลก็สาธิตการบังคับม้าให้ดู การจับเชือก การหยุด เลี้ยวซ้าย ขวา พอเสร็จก็เริ่มเคลื่อนตัวก็มีทั้ง 4 คนและ 4 ตัว นี้อยู่หลังขบวนสุด พอเริ่มเดินออกจากฟาร์มไม่ถึง 5 เมตร นังจุง ก็หันหลังกลับ เดินกลับฟาร์มเฉยเลย ตอนแรกก็ตกใจ ปล่อยนางเดินตามที่นางสบายใจ คนดูแลที่อยู่หัวขบวนก็ควบม้ามาจูงนางไป นางก็เหมือนจะเดินตามขบวนไปแบบเชื่อฟัง

สักพักนางหันหลังกลับอีกแหละเดินกลับฟาร์ม ก็ดึงเชือกขึ้นเพื่อหยุดนางและก็จะให้นางเลี้ยวกลับ คนดูแลที่อยู่ในฟาร์มก็วิ่งมาจูงก็คิดว่าเราบังคับนางผิด ดุใหญ่เลยก็ งง ฉันผิดอะไร? แต่ก็ขำ
นังจุงจะกลับคอกท่าเดียว ถามทำไมนางไม่เดินตามขบวน คนดูแลบอกเพื่อนนางอยู่ในคอกนางเดินไปหาเพื่อนนาง เออ…เอาที่จุง สบายใจเลยจ๊ะ อย่าทำป้าตกลงมาก็พอเนอะ ฮ่าๆ
สุดท้ายเลยได้อยู่ต่อจากหัวขบวนก็ผ่านเข้าไปในป่าฝนที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก ผ่านลำธารที่จระเข้ว่ายเฉิดฉายไปเรื่อยๆแบบชิวๆ ก็สวยดี ฮ่าๆ สำหรับคนที่ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติต้องลองไปดูคะ สักพักพอถึงทางตรงในป่า ผู้ดูแลก็สอนควบม้าให้วิ่ง ก็ใช้มือหนึ่งดึงเชือกให้ตึงนิดหน่อยแล้ววางมือทับเชือกไว้บนหลังคอมาและอีกมือจับบนอานม้าด้านหลัง โฮ๊ะๆ ตัวนี้โยกเยกแบบกระแทกไปมาตามแรงม้าเลยจ้า ระบมไปทั้งตัวเลยนิ พอออกจากป่าก็เดินไปตามชายหาด สวยมากๆ ท้องฟ้าสดใส อากาศดี ลมพัดอ่อนๆ คือรู้สึกดีสุดๆเกินบรรยาย
ผู้ดูแลถามว่าอยากควบม้าวิ่งมั้ย? เราบอกขอควบม้าเดินดีกว่า ก็เลยปล่อยเราควบ นังจุง ล่วงหน้าไปก่อน นางเดินๆไปก็หันหลังกลับจะไปหาเพื่อนอีกแหละ ฮ่าๆ รักเพื่อนจริงๆ เลยปล่อยนางเดินกลับ กลัวโดนนางสลัดลงเพราะไม่อยากบาดเจ็บ เหลืออีก 3 อาทิตย์และมีเรื่องต้องทำหลายอย่าง ต้องเซฟตัวเองเนอะ สักพักผู้ดูแลควบม้าวิ่งมาจูงอีกรอบ รอบนี้นางโดนดุจนหูพับลงเลย สงสารนาง นางรักเพื่อนมากอ่ะ ผู้ดูแลบอกให้ใช้เท้าตีด้านข้างถ้านางทำท่าจะหยุด และดึงเชือกถ้านางจะเลี้ยว ก็กลัวนางเจ็บก็เลยปล่อยหลวมๆ สุดท้ายต้องใช้กำลังกับนาง นางก็ทำตามโดยดี ได้ขี่ม้าลงไปในทะเลด้วย แต่ช่วงนั้นน้ำลงระดับหน้าแข้ง ก็ดีไป เพราะกลัวรองเท้าเปียก ถ้าเปียกนี้ต้องใส่ไปที่อื่นต่อทั้งวันอ่ะ งือ งือ คือต้องไม่เปียกเนอะ 😅
ในทะเลควบม้าไปสักพักเห็นกุ้งลอบสเตอร์ตัวเป็นๆเท่าฝามือ นี้ก็โห สุดยอด ก็มัวแต่มองไปข้างหน้า และเหมือนกุ้งจะว่ายมาข้างหน้านี้ทางเราควบม้าพอดี เลยโดนนังจุง เหยียบเลยไปเลยจ้า แบบคงงง อะไรหว้า อยู่ๆก็โดนเหยียบหัว งือ งือ ขอโทษจริงๆ มือหนึ่งก็ถือกล้อง มือหนึ่งก็จับเชือก หยุดไม่ทันจริงๆ ขอโทษน้าาา แบบทำให้รู้สึกว่าระบบนิเวศในออสเตรเลียนี้สมบูรณ์จริงๆ และเหมือนเค้าจะปลูกฝังให้คนอนุรักษ์ธรรมชาติ ดูได้จากตามแนวชายหาดไม่มีขยะอะไรให้เห็นเลย แถมสัตว์ต่างๆก็เหมือนจะออกมาโดยที่ไม่รู้สึกว่าจะกลัวโดนจับหรืออะไรเลย แบบเค้าอยู่รวมกับสัตว์ได้และปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติของมันเอง คือมีโมเม้นนั่งกินข้าวในร้านอาหารอยู่ดีๆ คนก็มองมาทางเรา เราก็งง มีไรๆ สักพักหันไปข้างหลัง คุณตะกวดป่าเดินเล่นใกล้ข้างหลังเรา นี้ตกใจถ้าเดินมาใกล้อีก จะเตรียมเผ่นแหละ นางก็เดินออกเลี้ยวไปอีกด้าน นักท่องเที่ยวก็มาถ่ายรูปนาง เหอๆ

เล่าก็ยาวแหละ มาเรื่องขี่ม้าต่อเนอะ ก็กลับเข้าทางเดิมแต่ก็จะเปลี่ยนทางเข้าป่าอีกด้านหนึ่งแบบมีทางไต่ระดับเล็กน้อย ผ่านลำธารเล็กๆนิดหน่อยดูนังจุงจะดูเหนื่อยๆ แต่นางก็คงอยากกลับคอก คิดถึงเพื่อนนางแย่แหละ พอถึงฟาร์มก็ลงจากม้า ถึงที่หมายโดยปลอดภัย ตอนลงนี้แบบระบมไปทั้งก้น ง่ามขา แบบนั่งค้างมาเป็นชั่วโมงแล้วเราเกร็งตัวตลอดเวลา กลัวตกหลังม้า เหอๆ แต่เราก็ชอบนะ มันเป็นประสบการณ์ที่ดี และความทรงจำที่ดีมากๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากไปขี่ม้าอีก ก่อนกลับก็ไปขอผู้ดูแลที่ไปขี่ม้าด้วยกันถ่ายรูปด้วย
และก็ไม่ลืมถ่ายกับ หนุ่มจุงที่น่ารัก ❤︎🐴

ขอบคุณสำหรับความทรงจำการขี่ม้าครั้งแรกที่สวยงามนะ 🐴 จุงจุ้ง ❤︎


