พระราชวัง ซ๊องซูซี หรือภาษาเยอรมัน Schloss Sanssouci แปลจากภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า “วังไกลกังวล” เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 เอาไว้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ใช้เพื่อพักผ่อนและจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในสมัยนั้น ตั้งอยู่ในเมือง Potsdam ของประเทศเยอรมัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ “โรโกโก” ซึ่งเป็นแบบ เอกภาพ คือการตกแต่งภายในและเครื่องประดับ เครื่องเรือน และผนัง ทุกส่วนจะต้องเป็นแบบเดียวกันหมด จะไม่มีชิ้นส่วนใดภายในที่แตกต่างออกไป พระราชวัง ซ๊องซูซีได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก
Neues Palais เป็นพระราชวังใหม่ที่สร้างและออกแบบสไตล์ บาโรค จะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10:00 – 17:00 จะปิดรับการซื้อตั๋ว 30 นาทีก่อนเวลาปิด และยกเว้นเฉพาะวันอังคารที่จะปิดให้บริการ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 8 ยูโร เด็ก 6 ยูโร ค่าถ่ายรูป 3 ยูโร แนะนำใครที่อยากไปเก็บภาพสวยๆให้หมด ต้องไปแต่เช้าๆเลย เพราะใหญ่มากๆ เดินวันเดียวไม่หมดแน่นอนค่ะ

จะมี Audio Guide หลายภาษาเช่น เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และอื่นๆ ภายในแต่ล่ะห้องจะมีเลขเขียนบอกให้กดเพื่อฟังคำแนะนำบรรยายห้องต่างๆว่า ใช้ทำอะไร เป็นห้องอะไร และอื่นๆ มีดนตรีประกอบทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ภายในสมัยก่อนและเหตุการณ์สมัยนั้นเป็นแบบใด มีห้องหนึ่งที่รู้สึกชอบมากๆ เป็นห้องที่ประดับไปด้วยสีเงินและบ๊อนซ์ฝาผนังและโต๊ะเก้าอี้ ดูเข้าผสมกลมกลืนกันไปหมด แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงพื้นบางส่วนเลยอดเข้าไปชมด้านใน เลื่อนดูสไลด์โชว์ด้านบนแล้วจะรู้ว่าสวยมากกก

ก่อนที่จะเดินเข้าสวน ซ๊องซูซีจะมีวิหารที่สะดุดตาตั้งอยู่โดดๆ เป็นวิหารที่มีชื่อว่า วิหารแห่งสัมพันธ์ภาพ “Temple of Friendship” ที่ พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 สร้างเพื่อรำลึกถึงน้องสาว เจ้าหญิงวิลเฮมมีเน ที่สิ้นพระชนม์ในปี 1758 นอกจากนี้เจ้าชายฟรีดริชยังสร้างห้องภายในพระราชวังเพื่อรำลึกถึงเจ้าหญิงวิลเฮมมีเน เป็นห้องที่เป็นทรงรูปไข่ สั่งตกแต่งและออกแบบลวดลายดอกไม้แบบมีพื้นผนังสีไข่อ่อน เป็นห้องเดียวที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากห้องต่างๆภายในพระราชวัง
ภายในสวน ซ๊องซูซี เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้รมรื่น อากาศบริสุทธิ์ ลมเย็นพัดโกรก น่านอนมากๆ ถ้านอนอยู่จะรู้สึกสบายจนอาจจะเผลอหลับ ในสวนจะแบ่งเป็นส่วนๆ แต่ล่ะส่วนจะมีชื่อบอก ตรงที่เดินผ่านตรงนี้คือ Roman Baths สวนอาบน้ำโรมัน มีผักสวนครัวและสวนดอกไม้ตามทางเดินถูกจัดอย่างสวยงาม รับรองว่าถ่ายรูปตรงไหนก็สวยจริงๆ

ใครที่แวะไปเที่ยวเดินชมทั้งวันขอแนะนำให้ซื้ออาหารกลางวันและน้ำเอาไว้ทานด้วยน้า เพราะภายพระราชวังไม่มีร้านอาหาร ก่อนจะไปนี้ก็แวะไปซื้อแซนวิชไก่ ผลไม้และน้ำหนึ่งขวดในสถานีรถไฟก่อนจะเดินทางมาที่พระราชวัง เตรียมสเบียงพร้อม นอกนั้นก็เจอร้านกาแฟอยู่ร้านเดียวราคาลัตเต้หนึ่งแก้วจะอยู่ที่ประมาณ 3.10 ยูโร แต่รสชาติโอเค มีบาริสต้าทำกาแฟแบบไม่ใช่แบบเครื่องทำนะ ชื่อร้าน Café Eden นะคะ
น้ำพุที่อยู่ตรงกลางมีชื่อว่า “Grösse Fontäne” หรือชื่อภาษาอังกฤษ “The great Fountain”

Orangerieschloss

พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ทรงผูกพันธ์กับพระราชวัง ซ็องซูซี มากเคยตรัสไว้ว่า „Quand se serai là, je serai sans souci“ Wenn ich dort bin, werde ich ohne Sorge sein! “เมื่อใดที่เราได้พำนักอยู่ที่ซ๊องซูซี เมื่อนั้นเราจะคลายจากความกังวล” จึงมีพระราชประสงค์ให้ฝังพระอัฐิไว้ภายในพระราชวังเท่านั้น ทรงไม่โปรดให้ฝังภายในสุสานหลวง ด้านข้างของสุสานของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 เป็นสุสานของสุนัขของพระองค์ทั้ง 7 ตัวฝังใกล้ๆกัน

เพื่อแสดงไว้อาลัยต่อพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ผู้คนจะนำหัวมันฝรั่งและดอกไม้มาวางไว้ที่สุสานเพราะพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 เป็นผู้นำความคิดในการใช้มันฝรั่งมาประกอบเป็นอาหารแทนข้าวสาลีและขนมปังที่มีราคาแพงในสมัยนั้น ซึ่งชาวเยอรมันในสมัยก่อนยังไม่รู้จักมันฝรั่งดีเพราะมีรูปทรงที่ไม่น่ากินและเกิดในดินจึงถูกมองว่าเป็นอาหารโสโครก เนื่องจากคนนิยมบริโภคขนมปังเป็นหลักจึงทำให้มีราคาสูง ทำให้ชาวบ้านธรรมดาต้องอดอยาก
เมื่อเมือง Pommernได้เกิดปัญหาความอดยากเกิดขึ้น พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 จึงมีคำสั่งที่มีชื่อเป็นภาษาเยอรมันว่า „Kartoffelbefehle“ หรือแปลตรงตัวว่า “คำสั่งมันฝรั่ง” เป็นการสั่งบังคับให้ชาวบ้านปลูกมันฝรั่งบริโภค ในช่วงแรกนั้นได้มีการต่อต้านจนพระองค์พยายามเปลี่ยนความคิดการต่อต้านของชาวบ้านที่มีต่อมันฝรั่ง จนทำให้ชาวเยอรมันบริโภคมันฝรั่งเป็นอาหารหลักของประเทศและสามารถแก้ไขปัญหาความอดอยากในขณะนั้นได้ ผู้คนจึงนำหัวมันฝรั่งมาวางบนสุสานของพระองค์เพื่อเป็นการแสดงถึงพระคุณของพระองค์จนถึงทุกวันนี้

ถ่ายรูปกระโดดกับเพื่อนจ้า สวนใหญ่และสวยมากๆ วันหน้าจะมาเล่าเรื่องสนุกๆให้อ่านกันอีกนะ กดติดตาม Like Pages IN LOVE IT ถ้ามีเวลาจะมาอัพเดทบ่อยๆจ้า… 👋🏻














































