
คิดว่า ไฮเดรนเยีย และลาเวนเดอร์อาจจะเป็นดอกไม้ที่ชื่นชอบของสาวๆหลายคน ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยค่ะ เราชอบดอกลาเวนเดอร์มากๆเลย เพราะมีกลิ่นที่ช่วยในการผ่อนคลายและมีคุณสมบัติหลายอย่าง

Lavender
สามารถนำไปสกัดกับน้ำมันใช้แช่ในอ่างน้ำร้อน บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เวลาที่เรารู้สึกเหนื่อยจะหยด Lavender Essential Oil ลงไปด้วย จะรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น ดอกของลาเวนเดอร์ตากแห้งนำไปทำชาดื่ม ช่วยในการนอนหลับ หรือสามารถนำไปผสมสบู่เป็นสครับก็ได้ กลิ่นของลาเวนเดอร์สามารถไล่ยุงและแมลง ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่างจริงๆค่ะ

การดูแลต้นลาเวนเดอร์ รดน้ำเช้าเย็นในช่วงหน้าร้อนนะคะ ถ้าหน้าหนาว 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ชอบแสงแดดและทนได้ในอากาศหนาว ช่วงผลิดอกจะอยู่ช่วง พฤษภาคม – กรกฏาคมค่ะ
ความหมายดอกลาเวนเดอร์ ความสงบ ความรุ่งเรื่องที่มาพร้อมกับความสำเร็จและการบรรลุผล เวลาที่เรามอบช่อลาเวนเดอร์ให้ใครก็เป็นสเมือนการอวยพรให้คนๆนั้นประสบความสำเร็จค่ะ
Hydrangea

ไฮเดรนเยียเป็นต้นไม้ที่ปลูกประดับเพื่อความสวยงามค่ะ ส่วนใหญ่ราคาดอกไฮเดรนเยียค่อนข้างสูงนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าปลูกเองที่บ้านก็ช่วยประหยัดได้อีก แต่ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่มีสารพิษไซยาไนด์ซ่อนอยู่ เพราะฉะนั้นจะต้องระวัง อย่าเผลอรับประทานเข้าไปจะทำให้มีอาการ หน้าซีด คลื่นไส้อานเจียน หรืออาจถึงขั้นทำให้เกิดการช็อก หมดสติ และหัวใจวายได้ค่ะ

การดูแลต้นไฮเดรนเยีย ไฮเดรนเยียชอบความชุ่มชื่น แต่ไม่ชอบพื้นที่แฉะเพราะฉะนั้นพยายามอย่ารดน้ำเยอะ หน้าร้อน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนหน้าหนาว หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ อย่าพยายามรดน้ำให้โดนใบของไฮเดรนเยียนะ เพราะจะทำให้ใบเสียและราขึ้นค่ะ ชอบแสงแดดรำไร อย่าไปตั้งในที่แดดจัดเพราะใบจะไหม้ได้ค่ะ เป็นดอกไม้หน้าหนาว สีของดอกไฮเดรนเยียสามารถเปลี่ยนตามความเป็นกรดและด่างของดิน ถ้าอยากได้ดอกสีชมพูให้ใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสเยอะ ๆ แต่ถ้าอยากได้สีฟ้าก็อัดปุ๋ยที่มีโพแทสเซี่ยมสูง
ความหมายดอกไฮเดรนเยีย เป็นดอกไม้ที่มีความหมายสื่อถึงความนุ่มนวลน่าสัมผัส อีกทั้งยังมีความหมายแทนคำขอบคุณ เช่น ขอบคุณที่เข้าใจกันหรือขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกัน เป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานแต่ง แต่ก็มีความหมายด้านลบอีกนัยหนึ่งถึงความด้านชา เย็นชาค่ะ

ช่วงนี้จะหมกหมุ่นกับการทำสวนน้อยๆที่ระเบียง เมื่อไม่นานมานี้เราได้ทำการเพาะเมล็ดลาเวนเดอร์ทั้งซอง เกิด 2 ต้น ตายไปแล้วหนึ่ง ตอนนี้เหลือต้นน้อยๆที่ดูเหมือนจะแข็งแรงแต่ต้องรอให้เค้าโตอีก ก็อีกนานค่ะ

จริงๆแล้วลาเวนเดอร์สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะชำได้เลย เลยไปหาซื้อทั้งต้น ซื้อมา 12 ต้นเล็กๆ จริงๆเค้าขายแพคหนึ่ง 6 ต้น ราคา 14.90 CHF เป็นเงินไทย 487,31 บาท ราคาถ้าเทียบเมืองไทยอาจจะถูกกว่า ได้ยินว่าที่เมืองไทยราคาแพงมาก
วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำวิธีง่ายๆแบบทำเองได้ ไม่ง้อสารเคมีกันค่ะ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มให้เปลื้องเงินค่ะ เพาะพันธุ์เองเลย แถมทำขาย บางคนทำขายรายได้หลักแสนเลยนะ

ก่อนหน้านี้เราลองตอนกิ่งไฮเดรนเยียดู โดยใช้กะปิผสมน้ำนิดหน่อยทาบริเวณกิ่งที่ปาดผิวออก ปรากฏว่ามีรากงอกออกมา ส่วนกิ่งอื่นๆที่เอาไปปักชำลงดินไม่มีรากงอกนะคะ เลยลองหาวิธีอื่นๆในเน็ตดูค่ะ นี้เป็นกิ่งที่เราได้ทำการตอนดูค่ะ เห็นรากน้อยๆที่งอกออกมามั้ยค่ะ เป็นปลื้มเลย พอเอาไปปักลงดินก็ต้องตัดใบออกนะคะ ใช้เวลา 17 วันค่ะ รากถึงงอกออกมา

ก่อนจะทำการเพาะชำ เรามาทำน้ำยาเร่งราก สูตรไร้สารเคมี ง่ายๆกันค่ะ
M150 + น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ + กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน
การเก็บรักษา แค่แช่เก็บไว้ในตู้เย็นค่ะ ใครหา M150 ไม่ได้ก็กระทิงแดงแทนได้นะคะ น้ำยาเร่งรากนี้สามารถใช้กับพืชได้หลายชนิดนะคะ ลองไปทำดู ได้ผลไม่ได้ผลเขียนมาบอกกันด้วยนะคะ ❤︎

ต้นนี้ซื้อมาราคา 29.90 CHF ค่ะ 977,89 บาท ราคาค่อนข้างแพง แต่พันธุ์นี้จะขนาดใหญ่ถ้าลงดินคงกอใหญ่น่าดูสวยมากเลยค่ะ สีชมพู่สด ดอกแน่นมาก เห็นแล้วไม่อยากตัดกิ่งออกเลย ทำใจยากมาก 😭

ส่วนต้นสีฟ้าได้ฟรีมาค่ะ ราคาอยู่ที่ 19.90 CHF หรือ 650,84 บาท เป็นขนาดเล็ก กิ่งแตกเล็กๆเยอะมาก ตอนแรกใบเสียเยอะ ต้องตัดออก ตอนนี้แตกกิ่งเยอะมาก แต่ดอกยังไม่ออกเลย ไฮเดรนเยียถ้ากิ่งไหนออกดอกต้องตัดกิ่งขึ้นมาจากจากลำต้น 1-2 ข้อ ขึ้นมา เพื่อให้เค้าแตกกิ่งออกมาค่ะ ถ้าไม่ตัดกิ่งนั้นก็จะแห้งตายไปนะคะ เรามาเริ่มทำการเพาะชำไฮเดรนเยียและลาเวนเดอร์ไปพร้อมๆกันนะคะ นี้ก็เพิ่งลองครั้งแรก ผลเป็นยังงัยก็ติดตามนะ จะอัพเดทเรื่อยๆเลยค่ะ
อุปกรณ์
• น้ำยาสูตรเร่งราก
• กระถางเล็กๆ เราสามารถใช้ขวดพลาสติกผ่าครึ่งเจาะรูข้างใต้มาแทนก็ได้นะ
• ดินสำหรับเพาะปลูก
• ถุงพลาสติกใช้คลุม และ หนังยาง
• กรรไกรตัดกิ่ง คัดเตอร์
• สเปย์หัวฉีด
• ถาดรองกระถาง

เริ่มเตรียมกระถาง ตักดินใส่เข้าไปเกือบเต็มค่ะ


ใส่ดินประมาณนี้นะคะ

ถ้าดินแห้งให้ฉีดสเปย์ฉีดน้ำให้ชุ่มเลยคะ

ใช้ไม้เจาะรูตรงกลางกระถาง เวลาเพาะชำน้ำยาจะได้ติดที่กิ่งค่ะ

เลือกกิ่งเพาะชำ พยายามเลือกกิ่งที่แข็งแรงๆหน่อยๆนะคะ ตัดขึ้นมาจากลำต้น 2-3 ข้อเหลือไว้ให้เค้าแตกกิ่งค่ะ ต้นค่อนข้างเล็กเลยตัดได้ 1-2 ข้อเอง ส่วนต้นสีชมพู่จะเป็นต้นใหญ่ตัดช่อดอกขึ้นมาจากลำต้น 2-3 ข้อขึ้นมาค่ะ



เราปอกผิวตรงปลายกิ่งเล็กน้อยค่ะ ใครจะไม่ทำก็ได้นะคะ

ลาเวนเดอร์ก็เช่นกันค่ะ พยายามเลือกกิ่งที่แข็งๆหน่อย เลือกยอดปักชำจะได้ผลดีกว่านะคะ ตัดออกมาประมาณ 2 – 3 นิ้วค่ะ

ดึงใบส่วนที่เราจะชำลงดินออกประมาณ 2-3 เซนติเมตร

นำกิ่งที่ตัดใบออก แล้วนำไปแช่น้ำยาเร่งราก 2-3 นาทีทิ้งไว้ค่ะ

นำกิ่งที่แช่น้ำยาเร่งรากมาปักชำตรงหลุมเล็กๆที่เราเตรียมไว้ค่ะ ใช้ไม้พยายามกลบดินให้แน่นเพื่อไม่ให้กิ่งล้มลงนะคะ

กระถางชำเราค่อนข้างเล็กนะคะ เลยใส่ถุงหนึ่ง 2 กระถางเลย ใช้พลาสติกคลุมรอบๆกระถางไว้ค่ะ

ใช้หนังยางรัดรอบๆไว้ค่ะ

แนะนำเป็นแบบขวดพลาสติกเจาะรูใต้ขวดจะทำได้ง่ายกว่ากระถางถุงพลาสติกนะคะ

ควรวางถาดกิ่งเพาะชำให้พ้นแดดจัดนะคะ เดี๊ยวจะไม่ขึ้น ควรวางในอุณหภูมิห้อง ประมาณ 20 – 24 องศาค่ะ ถ้าสวิสช่วงนี้ก็วางไว้ข้างนอกได้เลย ให้พ้นแสงแดดก็พอค่ะ

นี้เป็นดอกที่เราตัดออกมา ใส่แจกันเล็กๆเรียงกัน ก็สวยอีกแบบนะคะ เดี๊ยวอีก 3 อาทิตย์จะมาอัพเดทรากของกิ่งเพาะชำให้ได้ติดตามกันนะคะ วันนี้ขอจบโพสนี้ แล้วเจอกันใหม่ โพสหน้าจ้าาา ❤︎