สวัสดีค่ะ Lovez ทุกๆคน วันนี้อยากจะมารีวิวท่องเที่ยว Andermatt ที่เพิ่งกลับมามาดๆ เมืองใหม่กลางหุบเขา แนะนำต้องลองมาเที่ยวดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าทำไมถึงควรมา…สักครั้งหนึ่งในชีวิต บล๊อกนี้เราจะเขียนเป็นไดอารี่แต่ล่ะวันใน Andermatt ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

DAY-1 08.09.2020 FIRST DAY!
เที่ยงวันที่ซูริคเราก็เริ่มออกเดินทางโดยรถไฟ โดยตั๋วเราได้ซื้อล่วงหน้าก่อนประมาณ 1 เดือนกับ SBB Sparbillet ราคาก็ถูกกว่าซื้อหน้าเคาเตอร์ครึ่งต่อครึ่งเลยค่ะ แนะนำคนที่จะเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟ ลองไปเลือกที่ SBB Sparbillet นะคะ ราคาถูกมาก แถมบางโปรนั่ง 1. Klasse ราคาถูกได้อีกค่ะ ขาไปเราต้องต่อรถไฟที่ Zürich – Erstfeld – Göschenen – Andermatt เปลี่ยนรถไฟ 2 ต่อไม่ค่อยยุ่งยากค่ะ เพราะชานชาลาไม่ไกลกัน เดินทางประมาณ 2 ชม. ต้องใสหน้ากากตลอดเลย แต่เวลาดื่มหรือรับประทานอาหารสามารถถอดหน้ากากได้นะคะ

พอช่วงประมาณ 14:30 ก็ถึงที่ Andermatt Bhf. แล้วค่ะ เดินไปโรงแรมประมาณ 10 นาทีใกล้ๆ อากาศช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างเย็นจนหนาว แต่มีแดดอบอุ่นหน่อยๆ แนะนำใครที่ต้องเดินทางในเดือนกันยายน ควรพกเสื้อกันหนาวที่กันลมไม่หนามากก็พอค่ะ ใครขี้หนาวก็ต้องมีผ้าพันคอหรือหมวกคลุมหัวติดตัวมาด้วยก็ดีนะคะ สถานีรถไฟ Andermatt ค่อนข้างใหม่และกว้างมากนะคะ มีบันไดเลื่อน ลิฟต์ เดินทางสะดวกสบายมากสำหรับกระเป๋าเดินทางหนักๆ ก็สบายหายห่วงค่ะ สะอาด สวยงามมากค่ะ ชั้นล่างมีร้านซุปเปอร์มาร์คเล็กๆมีของเครื่องใช้ขายหมดเกือบทุกชนิดค่ะ

เมื่อถึงที่โรงแรม Radisson Blu Hotel ก็เข้าเช็คอินได้เลยค่ะ เราได้บุ๊คกับเว็บ Weekend4two.ch นะคะ มีโปรดีๆเยอะมาก ถ้าเลือกดีๆราคาถูกกว่าราคาจริงๆครึ่งต่อครึ่งนะคะ ซึ่งต้องเช็คอินหลังบ่ายสามนะคะ ก่อนเข้าพักเราก็มีโปร Welcome Drink ของโรงแรมคนล่ะแก้วให้ค่ะ ฟินๆกันเลยทีเดียว วันแรกก็มีโปรที่เราบุ๊คไว้มี Destress Massage 45 นาที สำหรับ 2 คน ซึ่งเป็นโปรที่ดีมากๆๆๆๆๆ ล้านเท่า เพราะแม่ชอบมากๆ ทริปนี้เราให้เป็นของขวัญวันเกิดกับแม่ค่ะ
ดีใจมากๆที่ตัดสินใจเลือกทริปนี้เพราะดูหลายๆที่เป็นเดือนๆเลยกว่าจะตัดสินใจได้ ถือว่าคุ้มมากกว่าคุ้มเลยค่ะ ทางเว็ปจะส่งอีเมลล์มายืนยันและลงเวลาช่วงที่เรานวดไว้ที่อีเมลล์นะคะถ้าใครแพลนเที่ยวต้องดูให้ดีๆ แต่ทางโรงแรมก็ได้บอกไว้ตอนที่เช็คอินอีกทีค่ะ

Therapist ที่ดูแลน่ารักมากๆค่ะ เป็นกันเองและนวดเก่งมากๆ ก่อนนวดจะมีสิ่งนี้มาให้เป็นกางเกงในปิดน้องหนูนะจ้า ไม่ใช่ชุดชั้นในปิดหน้าอกน้าาา คิคิ เพราะมีคนคิดว่าไปปิดหน้าอก คิคิ

เค้าจะเน้นเส้นที่ตึงๆ ของเรานี้โดนเน้นที่ต้นคอและไหล่ค่ะ พอนวดเสร็จก็ผ่อนคลายสบายจนเกือบหลับแนะ หลังจากนวดจะมีน้ำชาให้เลือกมาเสริฟ์ค่ะ ชอบมากๆเลย ❤︎
มารีวิวห้องพักกันบ้างค่ะ เป็นแบบ Superior Doubleroom with Kingsize Bed ฟรี Nespresso และชาค่ะ ห้องค่อนข้างกว้างสำหรับสองคนกำลังดีค่ะ หมอนและเตียงนอนหลับสบายมากๆเลย แต่สำหรับคนขี้ร้อนอาจจะหลับยากนิดหนึ่งนะคะ สำหรับเราอากาศเย็นกำลังสบายค่ะ มาดูห้องกันค่ะ ว่าสวยน่าอยู่แค่ไหน
เราบุ๊คแบบ Halfboard เพราะฉะนั้นอาหารเย็นจะกลับมาทานที่โรงแรมค่ะ อาหารที่โรงแรมอร่อยเป็นบางเมนูนะคะ วันแรกเราเลือกทานซุปและเสต็กเป็นเมนเมนู ถือว่าโอเคนะ รู้สึกเนื้อจะเหนียวไป ซอสครีมพริกไทยดำก็ไม่ค่อยเข้มข้นเลย ขาดกลิ่นเนยกับนม บางวันซอสก็อร่อยค่ะ บางวันคงลืมใส่เนยรสชาติไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร ของหวานเราเลือก Créme brûlée กับ Lemon Sorbet ส่วนของแม่เป็น Himbeer Sorbet ค่ะ อิ่มมากๆเลย ภายในห้องมี กาแฟ Nespresso กับ ชาไว้ให้ฟรีค่ะ ก่อนนอนจะชงชาโมมาย์ผสมน้ำผึ้งดื่มคือดีมากๆ แนะนำใครที่หลับยาก ให้ชงดื่มก่อนนอนนะ อาจช่วยได้นะคะ เป็นวันสบายๆที่ผ่อนคลาย หลับสนิทเลยค่ะ
DAY-2 09.09.2020 HAPPY BIRTHDAY MOM! ❤︎


อาหารเช้าทางโรงแรมได้จัดเตรียมเค้กเล็กๆไว้ให้ที่โต๊ะ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับแม่ตั้งแต่เช้าเลย น่ารักมากๆค่ะ อาหารเช้ามีให้เลือกเยอะมากเลยค่ะ ขนมปัง เนย แยม น้ำผลไม้ ไข่เจียว ไข่ดาว ไส้กรอกและอื่นๆ จัดได้น่ารักและดูเป็นระเบียบมากๆเลยค่ะ

หลังจากอาหารเช้าเราก็เตรียมตัวไปเที่ยวเขาใกล้ๆแถวสถานีรถไฟ Andermatt กันค่ะ ดีที่ถือใบส่วนลดจากทางโรงแรมมาด้วยได้ลดจากคนละ 75 chf ต่อวัน เหลือคนละ 20 chf ต่อ 3 วันค่ะ แนะนำใครที่ท่องเที่ยวในที่ต่างๆควรกวาดตาดู อ่านข้อมูล โปรชั่วต่างๆให้ทั่วๆค่ะ เพราะนั้นจะมีสิ่งดีๆที่รอการค้นพบก็เป็นได้ หึหึ หลังจากนั้นเราก็ขึ้นกระเช้าขึ้นเขา Nätschen/Gütsch ขึ้นไปถ่ายรูปกันค่ะ จริงๆก็อยากเดิน แต่แม่เหนื่อย เดินไม่ไหวเลยไม่ได้เดินเขาเป็นกิจจะลักษณะ ตอนที่เดินมีฝูงแพะเกือบห้าสิบตัวเดินผ่านเป็นฝูงด้วย เป็นธรรมชาติสวิสที่สวยงามมากๆเลย แล้วก็ได้ให้อาหารน้อนวัวด้วย ปลื้มประทับใจมากๆเลย ไม่เคยได้ใกล้ชิดวัวขนาดนี้เลยนะคะ ชอบมากๆเลยค่ะ

The best view comes after the hardest climb !



บ่อน้ำที่อยู่บนเขานี้ชื่อว่า Lutersee ค่ะ

Great Thing takes time!
รวมรูปดอกไม้ในหุบเขา สวยๆมาฝากค่ะ ตอนนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแห้งไปเอง แต่ก็ยังมีดอกไม้สวยๆให้ได้ชม สวยมากๆค่ะ
พอเดินรอบๆ ถ่ายรูปเสร็จก็ลงกระเช้าไปเดินเล่นที่ The Chedi Andermatt โรงแรมห้าดาวที่มีชื่อที่นี้ รูปทรงแบบก่อสร้างของโรงแรมเป็นไม้สีดำ คือเราสังเกตุรูปแบบตัวอาคารเหมือนบ้านทรงไทยบ้านเราเลย ค่อนข้างออกแนวโมเดิร์นดูแปลกใหม่สำหรับตึกในประเทศสวิสมากๆเลยค่ะ เครื่องดื่มและอาหารราคาค่อนข้างแพงแต่แวะมาเดินเล่นชมวิวนานๆทีก็ขอชิมฝีมือโรงแรม 5 ดาวสักหน่อย

The best time for new beginning is now !
โดยรวมแล้วค๊อกเทลอร่อย อาหารก็มีรสชาติดี เมนูที่เราเลือกเป็นยำเนื้อและส้มตำกุ้งแบบเผ็ดๆ พ่อครัวจัดให้รสชาติจัดจ้านนน อร่อยดีค่ะ ยำเนื้อมีผสมเม็ดยี่หร่าเครื่องเทศออกแนวยำเนื้อของทางภาคเหนือ หัวหอมเจียว แตงกว่าหั่นฝอย ต้นอ่อนทานตะวัน หัวหอม มะเขือเทศและเนื้อเสต็กอย่างดีหั่นเป็นชิ้นๆ ส้มตำก็ออกแนวตำไทยใส่ถั่วฝักยาวฝรั่งกับกุ้งสด เผ็ดนิดหน่อย อร่อยใช้ได้ พนักงานเสริฟ์ก็น่ารักมากๆเลย ลืมเบียร์ที่แม่สั่ง ก็เลยเอามาแถมให้ฟรี ทั้งๆที่บอกว่าไม่เป็นไรแล้วนะคะ บริการดี น่าประทับใจมากๆเลยค่ะ
พอกลับจากเที่ยวข้างยอกเราก็ลงไป Spa ของโรงแรมเปิดบริการตั้งแต่ 7:00 – 20:00 ค่ะ ภายในสปามีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแยกชายหญิง แต่ Sauna ไม่แยกนะจ๊ะ แถมต้องแก้ผ้าโทงเทงเดินไปเดินมาด้วย แต่เราก็แอบเข้าตอนคนน้อย หลังๆมีคนมาเตือนให้แก้ผ้าด้วย อายอ่ะ 55+ ไม่กล้าถอดหมด ใส่ชุดว่ายน้ำเข้าไปด้วย So Sorry! และด้านในก็จะเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่ค่ะ และเตียงเข้าไปนั่งผ่อนคลายข้างในอีก สวยงามและผ่อนคลายมากๆเลยค่ะ

อาหารเย็นวันนี้อิ่มอร่อยจนยกเลิกของหวานไปเลย ไม่ไหวท้องจะแตก วันนี้คุณ Josh เพื่อนแม่ก็แวะมาทานอาหารด้วยกัน ซึ่งคุณจอสเป็นผู้ดูแลการบริหารในเมืองแห่งนี้ เป็นคนที่สุภาพและน่ารักมากๆเลยค่ะ ได้คุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเมือง Andermatt และประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นช่วงเวลาที่ดีๆมากๆเลยค่ะ
DAY-3 IT’S A E-BIKE DAY ! ☀︎

วันนี้เรานัดกันไปขี่จักรยานรอบๆในเมือง Andermatt ค่ะ ขอแนะนำคนที่ขี่จักรยานเที่ยวให้เช่าแบบ E-bike นะคะ เพราะถนนหนทางอยู่ในหุบเขา เป็นที่ลาดสูงบ้างต่ำบ้างต้องใช้แรงเยอะพอสมควร ถ้าใครอยากออกกำลังก็เลือกแบบธรรมดาเลยจ้า กล้ามที่น่องขามาแน่นอนค่ะ ส่วนคนที่อยากปั่นชมวิวก็จัด E-bike มาเลยจ้า ราคาค่อนข้างแพงนะคะ ขนาดได้ส่วนลดจากโรงแรมคนละ 10% ก็ยังแพงค่ะ + ค่าประกันเพิ่มอีกไม่อยากนึกถึงราคาอีกเลยค่ะ
ที่แรกที่เราปั่นไปก็คือ Teufelbrücke ( Devil’s Bridge ) อยู่ค่อนข้างใกล้กับโรงแรมที่เราอยู่เลยค่ะ Google Maps นำทาง ใช้เวลา 10 นาทีก็ปั่นมาถึงที่หมายค่ะ

มีตำนานเล่าขานว่า Teufelbrücke เกิดขึ้นได้เพราะปีศาสตนหนึ่งสร้างขึ้นมา ในสมัยก่อนเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง Gotthard ไปทางใต้เนื่องจากมีหินปกคลุมอย่างหนาแน่น แต่เจ้าปีศาสได้มีข้อแม้แลกเปลี่ยนกับชาวเมือง Uri หากผู้ใดข้ามสะพานเป็นคนแรก วิญญาณของผู้นั้นก็จะเป็นทาสของปีศาสตนนั้น ชาวเมือง Uri ได้ปล่อยแพะเดินข้ามสะพานไปเป็นตัวแรก แต่ในบันทึกบางแห่งได้กล่าวเป็นสุนัขแทนนะคะ ซึ่งได้สร้างความโกรธแค้นให้กับปีศาสตนนั้นเป็นอย่างมาก ปีศาสได้แยกแพะออกเป็นชิ้นๆด้วยความโมโห และพยายามที่จะใช้หินก้อนมหึมามาทำลายสะพาน ในระหว่างที่หยุดพักเหนื่อยได้มีแม่ชีทำการขีดกางเขนลงบนหิน ทำให้ปีศาสไขว้เขวและทิ้งหินลงไปหุบเขาแทน ซึ่งหินนั้นก็ยังอยู่ ณ ที่แห่งนั้นจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
Teufelbrücke เป็นสะพานหินที่มีรูปทรงที่สวยงามและสีของน้ำ Schöllenschlucht สีฟ้าอ่อนออกเขียวอ่อนๆ สวยงามมากๆ ท่ามกลางหุบเขาที่เขียวขจี เป็นธรรมชาติ แทบไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่า ใกล้ๆซูริคจะมีเมืองที่สวยงามอย่างเช่น Andermatt อยู่ด้วย

จากนั้นเราก็ปั่นจักรยานไปทาง Hospental ไปจนถึงหมู่บ้านเก่าแก่ ใกล้ๆโบสถ์เก่าเราแวะไปขึ้นหอคอยได้เห็นยอดวิวลงมาของมุมเมือง สวยงามมากๆเลยค่ะ
ปั่นจักรยานไปจนถึง Realp โดยรอบเป็นถนนสายตรงสองเส้น รอบข้างทางเป็นหุบเขาพื้นหญ้าโล่งเตียน มีฝูงแพะ แกะ วัว ไปตามทางค่ะ เป็นธรรมชาติ ที่สวยงามและสะอาดตา มีบ้านเล็กๆตามภูเขาบ้างประปราย เวลาที่ปั่นจักรยานลมพัดค่อนข้างแรงและเย็นอย่าลืมใส่หมวกคลุมหัวและแจ๊กเก็ตกันลมด้วยนะจ๊ะ รถไฟสีแดงผ่านเป็นวิวที่สวยงามสุดๆเลยค่ะ หัวใจนี้เต้นตึกตักแบบโชคดีจังที่ได้มาเที่ยว ณ ที่แห่งนี้

และนี้คืออาหารเย็นของวันนี้ค่ะ อร่อยดีค่ะ หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนสะแล้วววว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ทุกคน

DAY-4 SO SICK WITH POSTBUS ! 🚌♨️

วันที่สี่แล้ว เราคิดว่าจะลองไปเข้าป่าหาเห็ดสานฝันอันยิ่งใหญ่และความหมกหมุ่นของแม่ให้เป็นจริงสักที เลยคิดว่าน่าจะไปที่ Göscheneralpsee กันค่ะ เห็นว่าน่าจะมีป่าให้ได้เข้าไปเดินดูเห็ดบ้างอะไรบ้าง แต่ฝนดันตกและอากาศก็ค่อนข้างเย็น เลยได้แค่นั่งรถบัสขึ้นไปและลงมาเท่านั้นเอง
แต่ก็ได้ไปเห็น Göscheneralpsee ที่สวยงามท่ามกลางหุบเขาเขียวขจี บริเวณใกล้ๆในพื้นที่ใหญ่ทั่วทั้งเขามีฝูงแพะนานาชนิดและวัวเต็มไปหมดเลยค่ะ

ระหว่างทางจะมี หินคริสตัลวางขายทิ้งไว้ คนสวิสค่อนข้างที่จะมีความซื่อสัตย์ เราจะเห็นสิ่งของของชาวเมืองวางขายตามท้องถนนและกระปุกเล็กที่ใส่เงินวางไว้แบบไร้คนมานั่งเฝ้า นับเป็นสิ่งที่น่ายกย่องสำหรับความซื่อสัตย์และการไว้วางใจของคนในพื้นเมือง เราก็ได้มีโอกาสอุดหนุนหินคริสตัลเหมือนกันค่ะ ซื้อมาเป็นที่ระลึกสำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆแถมได้ช่วยให้คนขายมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

ทั้งขาไปและกลับรู้สึกเมารถบัสอยากรุนแรงเนื่องจากภายในรถต้องเปิดเครื่องทำความร้อนรุนแรงมาก ทำให้มึนหัวไปเลย กลับโรงแรมอย่างงงๆ

หลังจากกลับจาก Göschenen แล้วก่อนเข้าโรงแรมเราได้แวะร้านคาเฟ่หน้าโรงแรมชื่อว่า Biselli เป็นร้านเบเกอรี่ที่ทำขนมปังส่วนใหญ่ส่งขายไปทั่วเมือง Andermatt ค่ะ ร้านสวย น่านั่งมากๆ ขนมก็รสชาติหวานกำลังดีค่ะ ราคากลางๆและถึงแพงนะคะ



อาหารเย็นวันนี้ค่ะ เป็นสเต็กไก่ตัวเล็กๆ อบได้นุ่มมากกินคู่กับซอสครีมพริกไทยดำกับผักอบ วันนี้ซอสอร่อยเข้มข้นเข้ากับเนื้อไก่ จนต้องขอเพิ่มของหวานเป็นไอศครีมสตอเบอร์รี่ค่ะ อิ่มทุกมื้อ แถมอ้วนนนนนนนขึ้นแน่ๆเลย งือ งือ เมนูอาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควรนะคะ แต่ก็จะกินซ้ำๆเพราะไม่รู้จะเลือกอะไรดีค่ะ
DAY-5 ANDERMATT DORF ⛪️

วันนี้ไม่มีแพลนเที่ยวไปไหนไกลๆ กะว่าจะเดินรอบๆบริเวณหมู่บ้านใกล้กับสถานีรถไฟกันค่ะ บ้านแต่ละหลังค่อนข้างเก่าผสมกับบ้านแนวแบบใหม่คละกัน บ้านเก่าๆแบบสมัยก่อนก็ยังมีให้เห็นอยู่ แบบเก่าจะมีบันไดหน้าบ้านก็ยังมีให้เห็นอยู่ เก็บรูปภาพสวยๆมาฝาก เป็นวันสุดท้าย เที่ยวสบายๆ ชิวๆกันค่ะ เอาบรรยากาศธรรมชาติของสวิสมาฝากค่ะ
เมื่อเห็นป่าแล้ว คุณนายปุ่นก็อยู่เฉยไม่ได้นะคะ ต้องเดินเข้าไปหาเห็ดค่ะ แต่ป่านี้ค่อนข้างอยู่บนที่ลาดสูงและไม่ค่อยชื้นเท่าไร เลยไม่ได้เจอเห็ดจ้าาา เจอก็จะเป็นเห็ดที่ทานไม่ได้ค่ะ
จากนั้นเราก็เดินขึ้นเขาไปดูวิวของเมือง Andermatt กันค่ะ ด้านบนเขามีโบสถ์ Mariahilfekapelle ค่ะ สีขาวค่อนข้างเก่าและสวยมากๆ ใครไปเที่ยวที่ Andermatt ต้องแวะไปชมด้านในด้วยนะ มีภาพวาดจิตรกรรมตกแต่งที่สวยงามและยังดูใหม่อยู่เลยค่ะ ถ่ายรูปตกแต่งออกมาแล้วสวยมากๆเลยค่ะ


สักพักเดินลงมาได้ไปเจอฝูงน้อนนวัว น่ารักๆมากๆ ต้องขอเตือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆต้องระวังนะคะ อย่าตามแบบเรา จริงๆแล้วเค้าไม่ให้เข้าไปใกล้หรือให้อาหารนะคะ อันนี้ไม่รู้ก็เลยเผลอไปให้ โดนดุ คนดูแลแถวนั้น ดุเลยค่ะ และวัวก็ค่อนข้างตัวใหญ่อาจทำอันตรายกับเราได้นะ ขอเตือนว่าอย่าเข้าไปใกล้เกินไปนะ ต้องระวังค่ะ

วันสุดท้ายขอแชะภาพในโรงแรมก่อนกลับบ้านกันสักหน่อย โดยรวมรู้สึกว่าการบริการและโรงแรมค่อนข้างโอเค โรงแรมสะอาด ตกแต่งได้สวยงาม คลาดสิคมากๆ ชอบเวลาเดินๆแล้วได้กลิ่นไม้มันได้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ การจัดไฟภายในโรงแรมสว่างกำลังดีค่ะ หลอดไฟก็ดูโมเดิร์นมากเลย สวยดีค่ะ

สุดท้ายอยากจะบอกว่า นี้คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรไป Andermatt สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะคุณอาจจะไม่อยากกลับเหมือนเราที่ตกหลุมรักเมืองนี้ก็เป็นได้นะคะ
แล้วเจอกันใหม่โพสหน้าค่ะ ❤️


























































































































































