สวัสดีค่ะ ทุกคน สบายดีมั้ยค่ะ? ตอนนี้เป็นช่วงล๊อกดาว์ทที่สวิสค่ะ เลยมีโอกาสขอไปพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ในช่วงนี้ อยู่บ้านเฉยๆก็น่าเบื่อเลยอพยพมาอยู่สวิสต่างจังหวัดกันค่ะ หนี Covit-19 มาพักผ่อนกันสักหน่อยค่ะ ตอนแรกอยากไปเที่ยวต่างประเทศแต่ทำเอกสารค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อยนะคะและต้องตรวจเช็ค Covit-19 ก็เลยเลือกเที่ยวในสวิสดีกว่า ไม่ชอบก็ตรงแอบแพงนี้แหละ แต่นานๆถี่ได้เที่ยว ก็ขอเที่ยวให้เต็มที่หน่อย มีชีวิตเดียว ก็ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย ใช่มั้ยค่ะ? ว่าแล้วมาเที่ยวไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

ช่วงนี้เป็นช่วงล๊อกดาว์นในสวิสนะคะ ร้านค้าต่างๆถูกสั่งปิด จะเปิดก็แต่ Take Away และ Supermarket ค่ะ แต่ร้านค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวและภายในโรงแรมยังเปิดได้อยู่นะคะ แต่ก็ขอบอกว่าต้องเช็คกันดีๆ เพราะบางที่ก็ปิดค่ะ แต่อยากแนะนำว่า หาเช่า Apartment จะดีกว่านะคะ เพราะเราสามารถหาซื้อกับข้าวมาทำทานเองได้ แถมช่วยประหยัดไปได้เยอะเลยค่ะ ถ้าใครอยากหาเช่า Apartment แนะนำ Interhome เว็ปไซต์เครือข่ายของ Migros ค่ะ สามารถสะสมแต้ม Cumulus ได้ด้วย และ Airbnb นอกจากนี้ใน Booking.com ก็มีให้เช่าเหมือนกันค่ะ ก่อนบุ๊คแนะนำหาข้อมูล ราคาตามเว็ปไซต์ต่างๆก่อนแล้วค่อยเลือกที่ราคาที่ดีที่สุดค่ะ เราหาราคาดีที่สุดที่เว็ปไซต์ของรีสอร์ทที่เราจะพักค่ะ

เราเลือกที่พักที่ Swisspeak Resorts Vercorin ค่ะ ที่เลือกที่พักนี้เพราะมี Spa วิวสวย รีวิวที่พักค่อนข้างคะแนนดี เป็น Apartment ที่มีห้องครัวพร้อม ห้องกว้าง ทำเลใกล้ Ski Slope และมีที่สำหรับฝึกเล่นสกีสำหรับคนที่เริ่มต้นเล่นค่ะ เพราะเรากับแม่ไม่ได้เล่นสกีกับสโนบอร์ดมานานเป็นสิบปี ตอนนี้คือคืนครูไปหมดแล้วค่ะ รีสอร์ทใหม่ เพิ่งเปิดให้เข้าพักปี 2017 ทุกอย่างคือค่อนข้างใหม่ และสะอาดด้วย
ที่พักมีให้เลือกหลายๆแบบค่ะ เราเลือกเป็น 3 Rooms Apartment แบบ 3 ห้อง สองห้องนอน สองห้องน้ำ สามารถพักได้ 5 คนค่ะ ตอนแรกจองไว้เพราะเผื่อชวนคนอื่นมาด้วย แต่หลายคนไม่ได้มาด้วย เพราะติดธุระ เลยได้มากันแค่สองคนค่ะ ชอบ Design ของห้องพักมากๆค่ะ แนวสไตล์โมเดิร์นไม่ออกแนวสวิสบ้านๆ มีสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องครัวรวมห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำและห้องนอนสองเตียงแยก ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน สามเตียง และห้องน้ำค่ะ หน้าต่างอยู่บนเพดาน สามารถกดปุ่นยกระดับเปิดขึ้นได้ ภายในห้องพักเป็นแบบพื้นทำความร้อน หน้าหนาวนี้ใส่เสื้อผ้าบางๆในที่พักสบายๆเลยค่ะ ไม่หนาวเลยค่ะ
ภายในห้องจะมี กระดาษชำระ 2 ม้วน สบู่เหลวอาบน้ำ ผ้าขนหนูเช็ดตัว ผ้าขนหนูเช็ดหน้า ไว้ให้นะคะ ส่วนเครื่องครัวก็มี น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำและกระดาษทิชชู่ค่ะ เตรียมไว้ในห้องพักให้ค่ะ และนี้เป็นอุปกรณ์ห้องครัวที่มีไว้ให้ในห้องพักนะคะ มีเกือบทุกอย่างจริงๆ กาน้ำร้อน เครื่องปิ้งขนมปัง Nespresso ที่คั้นน้ำส้ม แก้วสำหรับเครื่องดื่มเกือบทุกชนิดค่ะ ไวท์แดง ไวท์ขาว บรั่นดี กาแฟ เอสเปร่สโซ และอื่นๆอีกมากมาย ถ้วย จานมีทุกอย่างจริงๆ ครบครั้น ปลื้มตรงเครื่องครัว ชอบมากๆเลยค่ะ
และไฮไลท์ของรีสอร์ทแห่งนี้ก็คือสปาค่ะ ช่วงนี้ต้องไปจองเวลาเข้าสปากับพนักงานต้อนรับ เปิดเที่ยวละ 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 5-10 คนนะคะ ห้องกว้างมาก มี Sauna อุณหภูมิ 85 และ 45 องศา ห้องอบไอน้ำ Hammam กลิ่นสมุนไพรหอมอ่อนๆ และอ่าง Whirlpool อุณหภูมิประมาณ 30 องศาได้และมีห้องพักผ่อนแยกออกมาเป็นสองห้องภายในสปา รับรองว่าหลังเล่นสกีมาหนักๆ ได้มาผ่อนคลายที่นี้ รับรองว่า กลางคืนนอนหลับสบายแน่นอนค่ะ แม่ชอบ จัดให้แม่เลยจ้าาาาา
ทำเลโรงแรมมีที่จอดรถ ใกล้กับกระเช้าขึ้นเขาด้วย เดินออกไปประมาณ 2-3 นาทีก็เจอร้าน Edelweiss Supermarket แล้วค่ะ แต่แนะนำว่า เตรียมมาเลยหรือซื้อกับข้าวในตัวเมืองตาม Migros ตาม Coop จะราคาถูกกว่าและได้ของดีกว่ามากเลย อย่างน่องไก่ชิ้นเดียวราคาประมาณ 5-7 ฟรังค์กว่า ถ้าไปซื้อจาก Migros หรือ Coop กิโลละ 9 ฟรังค์เอง สินค้ามีให้เลือกไม่มาก ราคาค่อนข้างแพงประมาณ 2 เท่ากับราคาปกติ แต่ต้องเข้าใจว่าการขนส่งอาจจะลำบากทำให้ราคาแพงกว่าเดิมแต่ก็ถือว่าแก้ขัดไปก่อน ดีกว่าไม่มีอะไรเลยเพราะยังอยู่ในช่วงล๊อกดาว์นร้านอาหารและร้านค้าต่างๆถูกสั่งปิดหมดเลย ทำให้เมืองดูเงียบเหงาไปเลย แต่ชอบก็ตรง ถ่ายรูปสวย ไม่มีคนเดินพลุกพล่าน ถ่ายรูปสนุกไปเลยค่ะ
Vercorin เหมาะเป็นที่ๆท่องเที่ยวทั้งหน้าหนาวหรือหน้าร้อน หน้าหนาวคนมักจะมาเล่น สกีกันค่อนข้างเยอะค่ะ ช่วง Weekend จะมีคนมาเล่นสกีกันเยอะมากๆเลย ตรงหน้ารีสอร์ทสามารถติดต่อลงเรียนสกี สโนบอร์ดได้เลยค่ะ ราคาข้อมูล เข้าไปดูลิงค์นี้ได้เลยจ้า Ecole Suisse de Ski Vercorin เห็นมีเด็กเล็กๆมาเรียนสกีกันเต็มไปหมดเลย น่ารักมากๆเลยค่ะ ใครมีลูกหลานๆเล็กก็พามาเที่ยว มาฝึกได้เลยค่ะ มาเป็นครอบครัวใหญ่ๆคงสนุกมากๆเลย

ส่วนกระเช้าขึ้นเขาสามารถไปเช็คดูราคาได้ที่ www.vercorin.ch แนะนำว่าให้เช็คสภาพอากาศก่อนเป็นดีที่สุดนะคะ เพราะถ้าเกิดมีพายุ ลมแรง กระเช้าปิดเล่นไม่ได้ ก็เสียค่าตั๋วไปฟรีๆ ไม่สามารถเคลมเงินคืนได้นะคะ เพราะนี้บุ๊คไว้สองวัน อีกวันกระเช้าปิด เค้าก็ไม่คืนเงิน แถมวันถัดไปก็ต้องซื้อตั๋วใหม่อีก คิดว่า ไม่แฟร์เลยใช่มั้ยค่ะ? เสียเงินไปฟรีๆ เฉยๆ ยังรู้สึกอารมณ์ค้างอยู่เลยค่ะ ทั้งๆที่น่าจะมีการให้ใช้ได้ในวันถัดไปและก็ไม่ใช่ความผิดของเราด้วยที่กระเช้าปิด ยังเสียดายเงินอยู่เลย… สวิสเซอร์แลนด์ดินแดนแสนแพงและวร้ายๆ 🇨🇭😈🇨🇭 จั๊มวรัยยยยเลยยย!!


อุปกรณ์สกี สโนบอร์ดสำหรับคนที่ต้องการเช่าก็หาไม่ยากเลยค่ะ อยู่ตึกเดียวกับรีสอร์ทชั้นเดียวกับ Reception เลยจ้า ร้าน Virage Sport หาไม่ยากเลย มี Sledให้เช่าด้วยราคาค่อนข้างแพง ถ้าเทียบกับที่ท่องเที่ยวอื่นๆก็พอเข้าใจได้ค่ะ ว่าราคาประมาณนี้ เพราะนี้คือสวิสเวอร์วัง ซื้อมาเล่นเองยังถูกกว่า อิอิ แอบบ่นนิดหนึ่งนะคะ ถ้าจะให้แบกมาเล่นก็คงไม่ไหว ก็เลยจำใจต้องเช่านะคะ ถ้าใครมากับรถก็แนะนำให้ซื้อแบกมาเล่นกันเองดีกว่า จะได้ประหยัดเงินไปด้วยนะคะ ชุดที่ใส่อยู่นี้ เป็นแจ๊คเกสธรรมดา ไม่ได้ใช้ไว้เล่นสกี ช่วง Lockdown หาซื้อยากมาก ดีที่ซื้อกางเกงสกีมือสอง จาก Facebook Marketplace มาทัน แนะนำใครไม่อยากลงทุนเยอะแบบเราหาซื้อมือสองใหม่ๆถูกๆ มีขายเยอะมาก ช่วงนี้ชุดสกี สโนบอร์ดใหม่ๆราคา 300 สวิสอัพ เล่นนิดๆหน่อยๆแบบเราก็ไม่คุ้มเลยค่ะ เสื้อสั้นๆ ดูตัวป้อมไปเลย อิอิ อยากเล่นสกีสโนว์บอร์ดสนุกๆ แนะนำว่าเสื้อผ้า รองเท้าต้องกันหนาวและเหมาะสำหรับหิมะนะจ้า อย่ามัวแต่ห่วงสวยนะจ๊ะสาวๆ เพราะมันหนาวมากๆเลยค่ะ เป็นหวัดก็ไม่คุ้ม แถมเสียวันเที่ยวอีก ฝากไว้ให้คิดค่ะ ❤︎
วันแรกเรามาถึงที่พักก็ประมาณ สี่โมงเย็นแล้วค่ะ ค่อนข้างหิวข้าวมากๆเลยเพราะรถไฟเปลี่ยนชานชาลาเลยต้องวิ่งกันขึ้นรถไฟเกือบไม่ทัน แถมร้านอาหารบนรถไฟก็ปิดเลยต้องอดทนกันอยู่เกือบสามชั่วโมงจนถึงสถานี Visp แล้วเราก็ไปนั่งรถไฟต่อสถานี Sierre/Siders เลยแวะ Coop ก่อนที่จะเดินไปใต้สถานีอีกฝั่งเพื่อไปนั่งรถ Bus 441 และลงที่สถานี Chalais Téléphérique เพื่อไปนั่งกระเช้าไปหมู่บ้านจิ๋วต่อประมาณ 10-15 นาที การเดินทางหลายต่อก็จริงแต่ไม่ลำบากเท่าไร แป๊ปๆก็ถึงแล้วค่ะ

ต่อไปมาดูเมนูบ้านๆแต่ละวันว่าเรามาทำอะไรทานกันค่ะ ก่อนมาเราได้เตรียมน้ำจิ้มซีฟู๊ด น้ำมันหอยผสมซีอิ๋วขาว น้ำตาลทรายแดง ผงชูรส น้ำปลา พริกแห้ง พริกสด ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ เห็ดสามแพค ถั่วงอกที่แม่เพาะเอง มะละกอ มะนาว กาแฟผง มาม่าทั้งของไทยและเกาหลีค่ะ ข้าวสารประมาณ 1 กิโลค่ะ
มื้อแรกเราจัดส้มตำกับไข่ต้ม น่าขำที่เอาหม้อหุงข้าวไปด้วย แต่ใช้ไม่ได้นี้สิ เพราะเป็นปลั๊กเสียบแบบเมืองไทยเลยเสียบไม่เข้า เสียใจอ่ะ 55 ว่าจะเอาปลั๊กต่อมาแล้ว ลืมคิด มันจะดีอยู่แล้วเชียว แม่เลยใช้วิทยายุทธ์ที่ร่ำเรียนมาหุงข้าวแบบหม้อโดยไม่ง้อหม้อหุงข้าวที่วางเฉาอยู่ในห้องอีกเลย
สำหรับ มื้อเช้าวันที่ 2 เราซื้อแป้งแพนเค้กกับนม และไส้กรอกไว้ค่ะ เลยเอาทั้งสามอย่างมาผสมกัน อร่อยมากๆเลย แนะนำให้ผสมน้ำตาลเกลือเพิ่มหน่อย เพราะแป้งผสมจะออกรสจืดๆหน่อย ทานคู่กับกาแฟ ฟินๆ ไม่ต้องง้ออาหารเช้าของรีสอร์ทเลย อิอิ ทำเองก็ถูกแถมสนุกอีกด้วยน้า
ชอบชีสอันนี้ที่ซื้อร้านซุปเปอร์มาร์คใกล้ๆมาก อร่อยทานคู่กับขนมปังเข้ากันมากๆเลย ใครชอบชีสแบบนี้ ลองหามาทานดูค่ะ

มื้อกลางวันหลังจากกลับไปเดินจากข้างนอกเนื่องด้วยอากาศหนาวมากๆ เราเลยเอามาม่ามาต้มกับเห็ดและถั่วงอกรวมกับเนื้อจากซุปเปอร์มาร์ค สร้างสรรค์เป็นเมนูที่เยี่ยมยอดแบบบ้านๆ อันนี้เป็นมาม่าเกาหลี จัมปงรสทะเล ต้มเส้นแค่ครึ่งห่อเองนะคะ ได้เป็นถ้วยใหญ่เลย อร่อยมากๆ

มื้อเย็นเราลองซื้อเนื้อสเต็กหมักเครื่องเทศในซุปเปอร์มาร์คดู อร่อยยยยยยยมากกกกกก เครื่องเทศหมักรสชาติเค็มกำลังดี ทานคู่กับสลัด แต่น้ำสลัดที่ซื้อมารสชาติเหมือนหมดอายุนี้สิ เลยกินสลัดแบบไม่มีน้ำสลัดกันค่ะ เวลาเลือกซื้ออะไรควรดูวันหมดอายุด้วยนะคะ แฮะๆ นี้ไม่ได้ดู เห็นถูกๆเลยหยิบมาเลย เฮ้อ…. แถม ข้าวผัดไข่กับไส้กรอกเพิ่ม เผื่อไม่อยู่ท้องอีกเมนูหนึ่งนะคะ


ก่อนนอนเราทำน้ำขิงร้อนๆดื่ม เพื่อให้ช่วยเรื่องการย่อยและอุ่นท้องแถมช่วยให้หลับสบายขึ้นด้วยนะคะ

อาหารเช้าของวันที่ 3 เพิ่มผลไม้เข้ามาและข้าวผัดที่เหลือจากมื้อเย็นเมื่อวานต่อจ้า


อาหารกลางวันต่อเลยจ้า ต้มมาม่าจากวันแรกใส่ถั่วงอกและเนื้อ ปรุงแบบแซ่บๆแนวเกาเหลาบ้านเรา ซดร้อน ฟินๆไปเลย และอีกเมนูเราลองอบลาซ่านญ่าแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์ค และซูคินีอบเนยทานคู่กันอร่อยไปอีกแบบค่ะ อาหารไทยผสมฝรั่งแบบบ้านๆ น่าทานมั้ยเอ่ยยย???


อาหารเย็นของวันนี้เราเอาผัดเนื้อน้ำมันหอยเผ็ดๆใส่บล๊อกโคลี่ และ Lauch(ต้นใบกระเทียม) ด้วย ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆจ้า
อาหารเช้าวันที่ 4 จ้า วันนี้เอาลาซ่านญ่าที่เหลือจากเมื่อวานตอนเย็นมาทานเป็นอาหารเช้า ไส้กรอก ไข่ดาวทานคู่ขนมปัง เนื่องจากขนมปังอยู่มาหลายวัน วางไว้ข้างนอกก็จะแข็งๆนะคะ เราเลยเอาไปพรมน้ำและอบในเตาอบอีกรอบหนึ่งนะคะ รสชาติเหมือนอบใหม่ๆเลยค่ะ ใครมีขนมปังเก่าๆแนะนำให้ลองทำแบบนี้ดูน้า


อาหารเย็นวันนี้เราจัดน่องไก่จากซุเปอร์มาร์คมาทำเป็นต้มยำผสมเห็ดที่เอามาด้วย ปรุงใส่น้ำจิ้มซีฟู๊ดที่เตรียมมาแบบแซ่บๆเลยจ้า และได้เนื้อหมักน้ำมันมะกอกกับใบกระเพราะมาทำผัดกระเพราหมูเผ็ดๆ แซ่บๆเลยจ้า แต่ละวันเราก็พลิกแพลงเมนูหลายรูปแบบอย่างสนุกสนานเลยค่ะ ถ้ามากับครอบครัวเยอะๆ คงสนุกมากเลยๆ คิดถึงเด็กๆและพี่ชายที่อยู่เมืองไทยเลย อยากให้มาเที่ยวด้วยกันจังเลยค่ะ

อาหารเช้าวันที่ 5 วันนี้ก็เหมือนเดิมค่ะมีแพนเค้กกล้วยหอมมาเพิ่มจ้า


เย็นนี้เราเอาหมูชิ้นสเต็กมาผัดกับขิงและเห็ดแชมปิญองจากซุปเปอร์มาร์คมาผัดอีกแล้วจ้า แล้วก็ต้มยำน่องไก่กับเห็ดอีกรอบ เมนูนี้คือเหมาะกับอากาศหนาวๆ ซดร้อนๆ ชุ่มคอดีจริงๆ วันนี้คือเมนูล้างตู้เย็นเพราะพรุ่งนี้วันอาทิตย์เราก็กลับแล้วค่ะ
เดี๊ยวโพสหน้าจะพาชมหมู่บ้านจิ๋วเก่าแก่ Vercorin กันค่ะ ว่าสวยขนาดไหน เจอกันนะคะ ❤︎






































